ที่สุดของคน คือ “เป็นคนธรรมดาที่มีความสุข”

1.ท่ามกลางกระแสโต้เถียงร้อนแรงแห่งโลกโซเชี่ยล.. คนที่สบายใจที่สุดคือ….คนที่อ่านแล้วไม่แสดงความ เห็นเพิ่มความขัดแย้งใดๆเลย 2. ท่ามกลางกระแสกลุ้มใจกับการหาเงินเพื่อใช้หนี้ก้อนโตให้เร็วที่สุด…..คนที่ปลดหนี้ได้ก่อนใครๆคือ…คนที่หยุดสร้างหนี้ใหม่ขึ้นอีกต่างหาก 3. ท่ามกลางกระแสพัฒนาโครงข่ายสื่อสารให้รวดเร็วระดับ 2G, 3G.4G.. คนที่ได้ประโยชน์มากที่สุด คือ……คนที่ค่อยๆเลือกรับข่าวสารที่เป็นประโยชน์ และไม่ขาดการติดต่อกับครอบครัวเมื่อมีเหตุจำเป็น… หาใช่คนที่จมไปกับกองขยะข้อมูลปฏิกูลข่าวสาร 4. ท่ามกลางคำคม-ข้อคิดที่สรรหามาแชร์กันจนนับไม่หวาดไหวบนโลกโซเชี่ยล… คนที่ดำรงตนให้เป็นสุขอยู่ได้คือ…….คนที่เก็บคำคม-ข้อคิดบางอย่างที่ เคยผ่านมาแล้ว นำไม่กี่ข้อมาปรับใช้เข้ากับตัวเอง… มิใช่คนที่แสวงหาคำคม-ข้อคิดใหม่ๆ ที่ผ่านตาเข้ามาทุกวัน 5. ท่ามกลางการวิพากษ์วิจารณ์มากมายถึงข้อดีข้อเสียในตัวตนของเรา….. คนที่ยืนยิ้มเชิดหน้าในสิ่งที่ ถูกต้องแห่งตัวตนอยู่ได้คือ…คนที่ไม่สนใจกับเสียง วิจารณ์ที่ไม่รู้จริง…มิใช่คนที่พยายามอธิบายให้ทุก คนเข้าใจอย่างเหน็ดเหนื่อย 6. ท่ามกลางกระแสการแข่งขันเล่าเรียนสะสมปริญญา เพื่อแสวงหาความก้าวหน้าทางการงาน และอยู่ ดีกินดี…คนที่เอาตัวรอดกับภาวะเศรษฐกิจขาลงได้ ดี…ส่วนหนึ่งคือ…คนที่มีปฏิภาณไหวพริบ รู้จักผ่อน หนักผ่อนเบาเข้าใจในโลกธรรมและยอมรับทุกความ เปลี่ยนแปลงอย่างรู้เท่าทันมากกว่า 7. เสื้อสวยที่ติดยศถาบรรดาศักดิ์สูงสุด ย่อมติด ภาระหน้าที่รับผิดชอบจนหมดอิสรภาพแห่งการใช้ ชีวิต….คนที่ยิ้มกว้างอย่างมีความสุขที่สุดหลายคน… จึงแค่ใส่เสื้อเก่าๆ ที่ปราศจากตำแหน่งหรือหัวโขน… หรือบางคนยิ่งมีความสุขกว่าใครๆ…แม้ถอดเสื้ออยู่ก็มาก 9. คนปฏิบัติธรรมแล้วชีวิตดีขึ้นทันตาเห็น…. คือคนที่เข้าใจว่า ต้องรู้เท่าทันจิตที่กำลังปรุงแต่ง…มิใช่ บังคับจิตให้หยุดฟุ้งซ่าน…เพราะทันทีที่รู้ทันความ รู้เท่าทันจะหยุดสภาวะทุกข์ โลภ โกรธ หลงได้ทันทีนั่นเอง

19 ปี ผ่านไป นักแสดงละคร เก็บแผ่นดิน ช่อง7 รวมตัวอีกครั้ง รำลึกความหลัง

เป็นละครที่ยังคงอยู่ในหัวใจคนไทย สำหรับละคร “เก็บแผ่นดิน” ทางช่อง7 เมื่อ 19 ปีก่อน ละครน้ำดีเนื้อหาเข้มข้นจากค่าย เป่าจินจง ของผู้จัดและผู้กำกับชั้นครูอย่าง ตู่ นพพล และ นุช ปรียานุช ที่สร้างชื่อให้กับนักแสดงมากฝีมือหลายคน ทั้ง กัปตัน ภูธเนศ, ป๋อ ณัฐวุฒิ, อ้อม พิยดา, อเล็กซ์...

รู้เอาไว้ สบายใจ สบายตัว 16 สัจธรรมแห่งชีวิต

สัจธรรม แห่งชีวิต 1. คนจน ต้องการ บางอย่าง คนโลภ ต้องการ ทุกอย่าง 2. ถ้าทุกคน ได้ทุกอย่าง ดั่งที่คิด สิ้นชีวิต จะเอาของ กองไว้ไหน ได้มาบ้าง เสียไปบ้าง ช่างปะไร หน้าที่ใคร ทำให้ดี เท่านี้พอ 3. เดี๋ยวค่อยทำ วันนี้ยังไม่ว่าง เดี๋ยวค่อยทำ งานต่างๆ ยังมากล้น เดี๋ยวค่อยทำ เป็นข้ออ้าง ของบางคน พาอับจน เพราะคำเดียว เดี๋ยวค่อยทำ 4....

จงเป็นคนโสดที่มีบุญ ไม่ใช่คนโสดเพราะชาตินี้ไร้วาสนา

คนโสด ที่ปรารถนาการพ้นทุกข์ หลุดพ้นการเวียนว่ายตายเกิด ความโสดนี้ น่าจะมาจากผลกรรมดี อันเป็นบุญเดิมของเค้า ส่วนคนโสด ที่ไม่ได้สนใจเรื่องศีล สมาธิ ภาวนา ความโสดนี้ น่าจะมาจากกรรมไม่ดี ที่แสดงผลต่อเบ้าหน้า ฐานะ ผิวพรรณ อุปนิสัยต่างๆ จึงทำให้โสด คนโสด หลายคน ก็ไม่อยากเป็นโสด บางคนถึงกับพูดว่า ฉันยอมเปลี่ยนแปลงทุกอย่างเพื่อให้เข้ากับคนที่ฉันรักได้ บางคนก็บอกว่า ฉันดูแลตัวเองได้ ดูแลครอบครัวได้ มีรายได้พอเลี้ยงตนเอง เลี้ยงลูกตามลำพังได้ ขอเพียงรักฉันก็พอ ฉันไม่ขออะไรอีก บางคน คิดว่า ปัญหาอยู่ที่ โอกาสพบคนน้อ ไม่ว่าจะเพราะที่อยู่ ที่ทำงาน ที่เรียน หรือ...

คนที่ชอบด่าหรือใส่ร้ายผู้อื่น กรรมจะมาเร็วมาก เป็นกรรมทางวาจามีผลร้ายแรงมาก

หลวงปู่ท่านมักกล่าวถึงมงคลที่สำคัญที่ท่านอยากให้ลูกศิษย์ได้นำไปปฏิบัติ คือ มงคล 38 ประการ มงคลที่ท่านพูดถึงบ่อย ๆ นั่นคือ สัมมาวาจาชอบ คือ พูดแต่สิ่งที่เป็นมงคล ท่านว่าคนส่วนมากมักสร้างกรรมทางวาจา เพราะกรรมนี้สร้างได้ง่าย แต่เขาไม่รู้หรอกว่าผลของกรรม เมื่อส่งผลจะร้ายแรงเพียงไรคำพูดนั้นสำคัญมาก บางคนพูดไม่ดีกับผู้อื่น จนเป็นเหตุถึงโกรธเกลียดกันชั่วชีวิตก็มีบางรายคำพูดเพียงไม่กี่คำ ก็ทำให้ไม่พูดกันไปหลายปี คนส่วนมากที่ขึ้นโรงขึ้นศาล หรือทะเลาะกันจนไปถึงฆ่ากันตายก็เพราะคำพูดที่ไม่ดีนี่แหละ มีเรื่องเดือดร้อน หลวงปู่ท่านสอนอยู่เสมอว่า… “อย่าไปพูดไม่ดีกับใครเขา ถ้ามีคนมาว่าหรือด่าเราแต่เราไม่ว่าหรือด่าเขาตอบ มันก็จะไม่มีเรื่องกันแต่ถ้าแกไปด่าเขาเมื่อไรนั่นแหละเรื่องใหญ่” ท่านสอนศิษย์เสมอว่า...

ชีวิตเป็นของเรา ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของคนอื่น

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องมีการอยู่ร่วมกันในสังคม เพราะฉะนั้น ก็ควรมีบ้างที่เราควรแคร์ หรือ เกรงใจ ผู้อื่น แต่หากคุณเอาแต่แคร์ความคิดของคนอื่นจนเกินไป การที่คุณเอาแต่ใส่ใจสิ่งที่คนอื่นคิด คุณจะตกเป็นจำเลยของพวกเขาตลอดไป หากเราแคร์คนอื่นมากเกินไป เราจะไม่หลงเหลือความเป็นตัวของตัวเอง แต่หากเราไม่แคร์ใครเลย เราอาจเข้าสังคมไม่ได้ ทั้งสองสิ่งนี้จึงต้องไปควบคู่กันอย่างสมดุล ลองมาเรียนรู้แนวคิด 10 ข้อที่จะช่วยให้เรารักษาสมดุลเรื่องเหล่านี้ได้กันดีกว่า 1. ชีวิตเป็นของคุณ ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของคนอื่น คนอื่นมีสิทธิ์ที่จะคิดอะไรก็ได้ตามที่พวกเขาต้องการและคุณเองก็เช่นเดียวกัน ความคิดเห็นคนอื่น ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวตนหรือคุณค่าในตัวคุณได้ เว้นแต่ว่าคุณจะยอมให้พวกเขาทำ และท้ายที่สุดแล้วคุณก็เป็นคนเดียวเท่านั้นที่ต้องเลือกเส้นทางเดินให้ชีวิตตัวเอง 2. พวกเขาไม่รู้หรอกว่าอะไรดีที่สุดสำหรับคุณ คุณเท่านั้นที่รู้ว่าอะไรดีที่สุดสำหรับตัวเองและได้เรียนรู้จากทางที่เลือกเอง การเรียนรู้อย่างแท้จริง คือการตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวคุณเองและพร้อมจะรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อผลที่ตามมา ถ้าล้มเหลว อย่างน้อยคุณก็ได้เรียนรู้และยอมรับมันได้อย่างเต็มปากเต็มคำแทนที่จะไปโทษคนอื่นว่าเป็นเพราะใคร 3. สิ่งที่ใช่สำหรับคนอื่น อาจจะไม่ใช่สำหรับตัวคุณก็ได้ สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าความคิดเห็นของคนเรามักจะขึ้นอยู่กับสิ่งที่ทำนั่นแหละ ดังนั้น สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคนอื่นก็อาจเป็นสิ่งที่แย่ที่สุดสำหรับคุณและสิ่งที่คนอื่นมองว่าไร้ค่าก็อาจเป็นสิ่งมีค่า สำหรับอีกคนได้ เราทุกคนล้วนมีคุณค่าและเอกลักษณ์เฉพาะตัวจึงมีแค่เราเท่านั้นที่รู้ว่าอะไรเหมาะกับตัวเราที่สุด 4....

อย่าหลงตนเอง อย่าลืมตัว ข้อคิดดีๆ

เมื่อตอนที่นก ยังมีชีวิตอยู่ มันจะกินมดเป็นอาหาร แต่เมื่อนก สิ้นลง มันก็จะถูกมดกิน เป็นอาหารเช่นกัน ต้นไม้หนึ่งต้น สามารถทำเป็น ไม้ขีดไฟได้เป็นล้านๆ ก้าน แต่ไม้ขีดไฟเพียงหนึ่งก้าน ก็สามารถเผาต้น ไม้ได้เป็นล้านต้น ได้เช่นกัน จงอย่ามองข้ามคนที่ด้อยกว่า เพราะหลงตัวเองว่ายิ่งใหญ่ อย่ามองข้ามลูกค้ารายเล็ก ไม่เห็นคุณค่าของพวกเขา เพราะสักวันหนึ่งเขา อาจเป็นลูกค้ารายใหญ่ ของเราก็เป็นได้ อย่าคิดว่าเราแข็งแรง ไม่มีวันป่วย เพราะอายุยังน้อย โลง ไม่ได้มีไว้ใส่คนแก่ แต่มีไว้ใส่คนจากโลกไป อย่าคิดว่าฉันรวย ใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือย สักวันเงินเพียง 1 พัน อาจมีค่ามากมาย...

ต่อให้ดีแค่ไหน ก็ไม่สามารถที่จะซื้อใจใครได้

ถ้าเหนื่อยนัก ก็ไม่ต้องพยายามทำตัวให้เป็นที่รักของทุกคนหรอก มันเป็นไปไม่ได้ อยู่กับใครแล้วเหนื่อยใจนัก ก็ถอยออกมาพักบ้างเถอะ มันยากที่จะเปลี่ยนใจ คนที่เกลียดเราให้หันมาชอบเรา เอาเวลาไปใช้กับคนที่รักเรา และมีความสุขเวลาอยู่ด้วยกันดีกว่า อย่าเสียเวลานั่งปั้นหน้าอยู่กับ คนที่ไม่คิดจะยอมรับเราเลย บางครั้งความดีของเราก็ซื้อใจใครไม่ได้ การทำดี บางครั้งอาจหมายถึง การทำให้ถูกที่ ให้ถูกคนด้วย อย่าเสียใจถ้าเค้ามองไม่เห็น ในสิ่งที่เราตั้งใจ แต่จงดีใจ และภูมิใจเถอะว่า เราได้ทำดีที่สุดแล้ว บางครั้งคนเราก็ชอบคิดว่า การทำดีกับใคร ก็ให้คนๆนั้นตัดสิน ว่าเราดีหรือไม่ แต่ความเป็นจริงแล้ว ที่สุดของความดี ของคนเรานั้นมันไม่ได้เท่ากันหรอก ดังนั้น เราจึงคาดหวังไม่ได้ว่า เราหรือเค้า ใครกันแน่ที่ดีกว่ากัน แต่ให้เราคิดแค่ว่า เราทำดีให้ถึงที่สุดของเราแล้วก็พอ การจากกันด้วยความดี สักวันคงจะรู้ผล แห่งความดีนั้นๆ แต่การจากกันด้วยความเล-ว ต่อให้นานเพียงใด ความเล-วก็ไม่อาจเปลี่ยนเป็นความดีไปได้ เลือกใช้เวลาที่มีต่อกัน ให้ดีที่สุด ส่วนผลนั้น ปล่อยให้เวลา เป็นเครื่องยืนยัน...

เคล็ดลับชีวิตคู่ที่ยั่งยืน ไฟในอย่านำออก ไฟนอกอย่านำเข้า

เดี๋ยวนี้คนลืมคำว่า… “ไฟในอย่านำออก ไฟนอกอย่านำเข้า” สามี-ภรรยา ทะเลาะกันทีไร โพสลงเฟส โพสลงบนโลกโซเชียลทุกที ทำแบบนี้ไม่ดีแน่ เอาเรื่องในบ้านมาป่าวประกาศด้วยอารมณ์ชั่ววูบเนี่ย เรื่องราวไม่ดีภายในครอบครัว ไม่ควรนำไปเล่าให้คนนอกบ้านฟัง ( ไฟในอย่านำออก ) เรื่องราวไม่ดี คำนินทาที่คนภายนอกพูดถึงคนในครอบครัว ก็ไม่ควรนำมาเล่าให้คนภายในครอบครัวฟัง ( ไฟนอกอย่านำเข้า ) ยิ่งยุคโซเชี่ยลนี่ ข่าวไปไวกว่าคำพูดปากต่อปากนัก… โพสไปทีเดียวเพื่อนเห็นกันหมด อย่าคิดว่าจะตามลบทับ บางคนก็แคปจอเอาไปส่งต่อ คนที่เข้ามาอ่านส่วนใหญ่จะมีแค่ 2 ประเภท คือ.. คนที่สะใจ กับ คนที่ไม่สนใจ เก็บอาการในเวลาที่ควรเก็บ แสดงออกในเวลาที่ควรแสดงออก บางเรื่อง.. ที่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยในความคิดของเรา แต่มันอาจจะเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ในความคิดของเขาก็ได้ ค่อยๆคิด ค่อยๆคุย จึงจะเข้าใจกัน… คิดแต่ไม่คุยกัน จึงไม่เข้าใจ หรือ คุยแต่ไม่คิด…...

เมื่อชีวิตมีแต่ “ทิฏฐิ” ต่อให้ชนะ สุดท้ายก็คือแพ้

“พอเกิดทิฏฐิมานะ ต่อให้ชนะก็แพ้” “ทิฏฐิมานะ” คือ การถือตัวว่าฉันถูก แกผิด และฉันต้องยืนหยัดยึดสิ่งนี้ ในโลกนี้มีคนจำนวนหนึ่ง ที่มีทิฏฐิมานะสูงมาก สูงมากจนทำลายโอกาสดีๆในชีวิต สูงมากจนทำลายความสัมพันธ์ดีๆในชีวิต สูงมากจนทำลายช่วงเวลาดีๆที่ผ่านไปไม่สามารถเรียกย้อนคืนกลับมาได้ การมีทิฏฐิ มันต่อเนื่องมาจากการมีอัตตา คือตัวกู-ของกู ยึดมั่นในตัวตนของตัวเองอย่างหนัก หนักจนต่อเนื่องมาใช้กับคนอื่น ที่น่าเศร้าที่สุด คือการนำมาใช้กับคนที่เรารักเนี่ยแหละ สามีภรรยาคู่หนึ่ง อยู่กินมา 20 ปี ไม่มีลูก ทะเลาะกันในเรื่องเล็กน้อยที่สุด แต่ต่างคิดว่าตัวเองถูก มี “ทิฏฐิ” กันทั้งคู่ เลยไม่ยอมคุยกัน อยู่ในบ้านกินอยู่กันปกติ แต่ไม่พูดกันแม้แต่คำเดียวอีกฝ่ายรออีกฝ่ายที่จะเอ่ยปากก่อน จนเวลาผ่านไปถึง 2 ปี สามีล้มในห้องน้ำ เลยส่งเสียงเรียกภรรยามาช่วย นี่คือการพูดกันครั้งแรกในรอบ 2 ปี สุดท้าย ภรรยาพาสามีไปโรงพยาบาล หมอวินิจฉัยว่า… ‘สามีเป็นมะเร็งขั้นสุดท้าย’ น่าจะมีเวลาอยู่ได้เต็มที่ไม่เกิน 2 เดือน ทั้งสองคนกอดคอกันร้องไห้เสียใจ เสียใจที่เหลือเวลาอยู่ด้วยกันอีก 2 เดือน แต่เสียใจมากกว่าที่เผาเวลา 2...