อย่าตกเป็นเหยื่อของความสุข ที่สุกไหม้

เหยื่อของความสุข ที่สุกไหม้ (โดย ท่านพุทธทาสภิกขุ) สุข…เกิดจากความลุ่มหลงทางเนื้อหนังหรือวัตถุนั้น……. หาใช่ความสุขเย็นไม่…ที่แท้เป็นแต่ความสุกไหม้… เป็นมายา เพราะเผาลนเจ้าของ… ยิ่งปรารถนาให้ประณีตลึกซึ้งสูงสุดกันมากยิ่งขึ้นเพียงใด… ก็ยิ่งทำให้เกิดการตกเป็นทาสของวัตถุ… จนมีการกระทบกระทั่ง เบียดเบียนกันมากขึ้นเป็นเงาตามตัว อย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้เลย… ส่วนความสุขทางใจนั้น ยิ่งต่างคนต่างตั้งหน้าแสวงหาให้ ประณีตลึกซึ่งสูงสุดมากยิ่งขึ้นเพียงใด ก็ยิ่งมีแต่จะทำให้ไม่ข้องแวะกับการเบียดเบียนกันและกันมากยิ่งขึ้น …ทั้งนี้เป็นเพราะยิ่งไม่ข้องแวะกับวัตถุ อันเป็นเหยื่อของโลกมากยิ่งขึ้นนั่นเอง เมื่อพลโลกไม่เมาในเหยื่อโลก หรือถึงกับไม่กินเหยื่อโลกแล้ว อะไรจะเป็นวัตถุแห่งการแย่งชิงกัน อะไรจะเป็นบ่อเกิดของการเบียดเบียน เพราะบัดนี้เหยื่อ… อันถือว่าเป็นของหวานอร่อยนั้น ได้กลายเป็นของปฏิกูลดัง เช่นอุจจาระไปหมดสิ้นแล้ว…

จงเรียนรู้ที่จะเดินลำพัง เพราะไม่มีใครเดินเคียงคู่คุณไปตลอด

จงเรียนรู้ที่จะเดินลำพัง เพราะไม่มีใครเดินเคียงคู่คุณไปตลอด เพราะไม่มีใครเดินเคียงคู่คุณไปตลอด 1. หนทางของชีวิตนั้นยาวไกล จงเรียนรู้ที่จะเดินลำพังบ้าง เผื่อวันใดที่คนอื่นไม่ได้สนใจคุณเหมือนเดิม ก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะทุกคนต่างมีเส้นทางของชีวิตที่ต้องเดินเหมือนกัน ไม่มีใครเดินเคียงคู่คุณไปจนถึงหลายทาง อย่าให้ใครคนใดคนหนึ่งหรือเรื่องราวใดเรื่องราวหนึ่งกลายเป็นทั้งหมดในชีวิตคุณ 2. ความซาบซึ้งทดแทนความผูกพันไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นไคร เพื่อนหรือคนแปลกหน้า คุณต้องเรียนรู้ที่จะยิ้มแม้ในใจจะร่ำไห้สะอื้นสักเพียงใด เพราะมนุษย์ทุกคนต่างมีความเห็นแก่ตัว จึงอย่าไปคาดหวังว่าจะมีใครดีต่อคุณโดยปราศจากเงื่อนไข หากใครคนหนึ่งไม่มีค่าเพียงพอให้คุณถนอม ก็ต้องฝึกปล่อย ฝึกวาง ฝึกทิ้ง 3. กำแน่นเท่าใดก็สูญเสียมากเท่านั้น เหมือนกับการกำทรายนั่นแหละ ยิ่งคุณกำแน่นทรายก็ร่วงออกจากมือมากเท่านั้น ที่ควรถนอมจงรู้ถนอม เพราะเมื่อใดที่คุณสูญเสียไป...

ตลึง..หลวงปู่ตือ เคยพยายามไล่ฟันพญานาค อยู่ถึง 4 ปี

- จากหนังสือประวัติหลวงปู่จาม มหาปุญโญ - “อาจารย์ตื้อ คนบ้านข่า ศรีสงคราม โผงผาง พอด่าก็ด่าพอว่าก็ว่า เทศน์ธรรมก็จริงจัง เสียงดังฟังชัด บวชมหานิกายอยู่ ๑๙ ปี มาญัตติใหม่อยู่เจดีย์หลวง ท่านเจ้าคุณฯ เป็นพระอุปัชฌาย์ อยู่จำพรรษาอยู่เชียงใหม่ วัดดาราภิรมย์ วัดห้วยน้ำริน วัดปากทาง กลับลงมาอยู่บ้านข่า ๓ ปี ก็ตาย...

“แม่ครับพรุ่งนี้แล้วที่ผมจะต้องถูกประหารแล้ว” คำพูดจากเด็กที่ไม่เคยโต อยากให้ทุกคนอ่าน..

คุณพ่อ คุณแม่ครับ พรุ่งนี้แล้วที่ผมจะต้องถูกประหาร ผมไม่ทราบว่าเส้นทางชีวิตของผมเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ตอนนี้ภาพในอดีตค่อยๆฉายออกมาทีละภาพผ่านสมองของผม ตอน 3 ขวบ ผมจำได้รางๆว่า ผมวิ่งเร็วเกินไปจนสะดุดก้อนหินหกล้ม พ่อรีบอุ้มผมขึ้นมาปลอบ แล้วพ่อใช้ขาเตะก้อนหินสองที และพุดว่า “ไม่ต้องร้องไห้ ก้อนหินก้อนนี้แย่จริงๆ พ่อลงโทษให้แล้ว” ตอนแรกผมก็ตั้งใจจะกลั้นน้ำตาไม่ยอมร้องไห้ แต่พอเห็นเหตุการณ์กลายเป็นเช่นนั้น ผมก็เลยกอดพ่อแน่นร้องไห้อยู่นาน เพราะพ่อทำให้ผมเข้าใจว่า การที่ผมหกล้ม ไม่ใช่เพราะผมไม่ระวัง แต่เป็นความผิดของก้อนหิน แต่ผมไม่รู้ว่า มันแค่เป็นการปลอบใจจากพ่อเพื่อไม่ให้ผมร้องไห้ ...

สวดมนต์กับนั่งสมาธิ ได้ผลดีต่างกัน เสียดายที่หลายคนไม่รู้

จากผลการวิจัยของ K. Kijsarun Chanpo ได้ทำการทดลองกับนิสิตจุฬาจำนวน 60 คน ให้คน 30 คนนั้นสวดมนต์ และอีก 30 คนที่เหลือให้ทำการนั่งสมาธิ แบ่งแยกชายหญิงอย่างละ 15 คน ได้ทำการตรวจคลื่นสมองทีละคนในขณะที่กำลังสวดมนต์ 30 นาที และผู้ที่ทำสมาธิ 30 นาที บันทึกการทำงานของสมองตลอดระยะเวลา 30 นาทีที่ปฏิบัติ ผลปรากฎว่าทั้ง...

ภรรยา 7 ประเภท…ที่พระพุทธองค์ทรงจำแนกไว้

ภรรยา 7 ประเภท ที่พระพุทธองค์ทรงจำแนกไว้ 1. วธกาภริยา หมายถึง ภริยาเยี่ยงเพชฌฆาต คือ ภรรยาที่มีจิตคิดทำร้ายสามีของตนอยู่ตลอดเวลา ไม่อนุเคราะห์ช่วยเหลือสามีของตนด้วยประการทั้งปวง สนใจแต่ประโยชน์ของตน ยินดีและลุ่มหลงในชายอื่นที่หล่อหรือรวยกว่า ดูหมิ่นสามีของตน คิดจะขจัดสามีของตนไปไกลๆ หรือฆ่าให้ตายเสีย 2. โจรีภริยา หมายถึง ภรรยาประเภทนี้ อาจจะไม่ร้ายแรงถึงขนาดอยากฆ่าสามีของตน แต่มีสันดานเป็นโจรแก้ไม่หาย รักใคร่ในทรัพย์สินของสามีเพียงเท่านั้น ถึงแม้สามีจะขยันขันแข็งได้ทรัพย์มาโดยทางใด ก็เก็บงำไว้ไม่อยู่ เพราะภรรยาประเภทนี้จะยักยอกทรัพย์ของสามีเสียให้หมด เพื่อความสุขของตัวเองเท่านั้น ความร้ายแรงของภรรยาประเภทนี้...

ถ้าหากคุณดี และ ซื่อสัตย์ได้นานพอ เวลาจะคัดคนดีๆเข้ามาในชีวิตคุณ

ซื่อสัตย์ ถูก ชายนามว่า ฉลาด ปล่อยไว้ที่เกาะร้างกลางทะเล ซื่อสัตย์พยายามคิดหาวิธีที่จะกลับขึ้นฝั่ง… สิ่งที่ซื่อสัตย์หวังก็คือ… จะมีเรือซักลำผ่านมาทางนี้บ้าง ซื่อสัตย์ก็ได้ยินเสียงเพลงแววมาแต่ไกล ซื่อสัตย์รีบมองไปยังต้นเสียงนั้น มีเรือลำหนึ่งกำลังมุ่งมายังเกาะนี้ บนเรือลำนั้นมีธงผืนเล็กโบกสะบัดอยู่ บนธงนั้นเขียนคำว่า “ความสุข” ที่แท้เป็นเรือของความสุขนั่นเอง ซื่อสัตย์จึงตะโกนเรียกเรือของความสุข… “ ความสุข ความสุข ผมคือซื่อสัตย์ คุณช่วยพาผมขึ้นฝั่งได้ไหม…? ” เมื่อความสุขได้ยิน ก็พูดกับซื่อสัตย์ว่า… “ ไม่ได้หรอก… หากผมพาคุณขึ้นมาด้วยผมจะหมดสุข คุณดูสิ ผู้คนมากมายในสังคมยุคนี้ที่พูดความจริงแล้วกลับไม่มีความสุข ขอโทษนะซื่อสัตย์ผมรับคุณขึ้นมาไม่ได้…! ” พูดเสร็จ ความสุขก็จากไป…!! ผ่านไปสักครู่หนึ่ง “...

“นิ้วมือ ทั้ง 5” คำสอนของแม่ (ดีมากๆ อยากให้อ่าน)

คำสอนของแม่กับนิ้วมือทั้งห้า เคยสงสัยกันหรือไม่คะ ว่ากว่าที่คน ๆ หนึ่งจะเติบโตขึ้นมาเป็นคนดีของสังคมได้นั้น นับตั้งแต่วัยเด็กพวกเขาได้รับการอบรมสั่งสอนหรือปลูกปั้นจากสองมือแม่มาอย่างไรบ้าง นิ้วมือทั้งห้าอาจเปรียบได้กับคำสอนและเคล็ดลับต่าง ๆ ที่แม่ใช้อบรมสั่งสอนลูก ลองอ่านคำแนะนำของเราต่อไปนี้เกี่ยวกับคำสอนหลักทั้งห้าที่คุณแม่ทุกคนควรทราบ หากเราเปรียบการเลี้ยงดูอบรมของแม่เป็นเสมือนสองมือที่คอยโอบอุ้มลูกน้อย นิ้วมือทั้งห้าก็อาจเปรียบได้กับคำสอนและเคล็ดลับต่าง ๆ ที่แม่ใช้อบรมสั่งสอน เพื่อเป็นรากฐานให้ลูกได้ด้วยเช่นกัน ลองอ่านคำแนะนำของเราต่อไปนี้เกี่ยวกับเคล็ดลับหรือคำสอนหลักทั้งห้าที่คุณแม่ทุกคนควรทราบ แล้วนับนิ้วมือทั้งห้าตามไปพร้อม ๆ กันได้เลยค่ะ 1. นิ้วโป้ง: รากฐานแห่งชีวิต ตามทฤษฏีความต้องการขั้นพื้นฐาน (Hierarchy of Needs Theory) ของ...

เปิดชีวิตสาวน้อยนักสู้ แอบไปสมัครทำงานตอน ม.1 เพราะอยากหาเงินซ่อมบ้าน

เพราะชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ จึงต้องดิ้นรนกว่าใครเขา อีกหนึ่งเรื่องราวดีๆ ของคนสู้ชีวิตแม้อายุยังน้อย น้องฟิวส์ ณัฐฌา ปานแดง นักเรียนชั้นม.3 โรงเรียนชุมชนวัดเชี่ยวโอสถ อ.องครักษ์ จ.นครนายก ไปทำงานปั๊มน้ำมันทุกวันหยุดเสาร์อาทิตย์.. จันทร์ถึงศุกร์ เป็นแม่ค้าขายข้าวเหนียวหมูในช่วงเช้า และหลังจากเลิกเรียน จะทอดลูกชิ้นขาย พื้นไม้เก่าที่ปูทับด้วยเสื่อน้ำมัน ชำรุดมาก ฟิวส์เล่าให้ฟังว่า เพื่อนเคยมาทำรายงานที่บ้าน แต่เดินพลาดพื้นทะลุลงมา แม้จะอยากซ่อมแซมแค่ไหน แต่ไม่มีเงินพอจะทำได้ ลำพังรายได้จากพ่อแม่ที่ทำงานตั้งแต่เช้ามืดถึงค่ำ ซึ่งต้องส่งเสียลูกๆ...

อาจจะมีให้ลูกน้อยเกินไป แต่ที่ลูกได้คือทุกอย่างที่พ่อมี…

ใครที่ชอบดูถูกพ่อน้อยเนื้อต่ำใจว่าเกิดมาจนดูไว้ซะ พ่อลูกคู่นี้ชนะใจไปเลย….. พ่อยาจกส่งลูกสาวเรียนบัญชี ภาพชินตาพ่อแก่ๆผอมโซ รูปร่างเหมือนขอทานๆเหมือนยาจกหน้าตามอมแมม เนื้อตัวผิวดำกร้าน กางเกงขาดๆกับจักรยานผุๆจะพังไม่พังมิพังแหล่ ในอากาศหนาวๆเย็นๆ ถีบจักรยานพวงลูกสาวไปส่งที่ท่ารถ เพื่อขึ้นรถไปเรียน…ในทุกๆเช้าและรอลูกกลับบ้านทุกๆเย็นที่อำเภออู่ทอง (ลูกสาวเรียนบัญชี)…… พ่อ..ไม่เคยอายใครว่าพ่อจนไม่มีรถดีๆมีแค่จักรยานผุๆเก่าๆปั่นไป คอยรับ-ส่งลูกสาวคนนี้ไปเรียน ลูกอายมั๊ย พ่อ..ไม่มีเสื้อผ้าดีๆไม่มีใส่ มีแต่เสื้อเก่าๆกับกางเกงขาดๆ ยามหนาว ยามร้อน ก็ทนเพราะความจนมัน มันบังคับให้ต้องทน ลูกอายมั๊ย พ่อ..ขอแค่ลูกเรียนจบมีงานทำไม่ลำบากไม่ได้หวังว่าลูกจะต้อง กลับมาเลี้ยงพ่อคนนี้เพราะพ่อเองก็แก่แล้วจะมีชีวิตอยู่ได้นานแค่ไหนโดนมองเหมือนขอทาน เหมือนยาจก ลูกอายมั๊ย จงอย่าอายใครเลยนะลูกเอ่ย จงภูมิใจไว้เถิดว่าพ่อคนนี้เป็นพ่อที่ดี ที่รักลูกและยอมเสียสละได้ทุกอย่างเพื่อลูก ให้ลูกนั้นได้อยู่อย่างสุขสบายได้เรียนสูงๆ ส่วนพ่อนั่นจะโดนดูถูก ดูแคลน จากสายตา คนอื่นรอบตัวว่าอย่างไรก็ช่าง..ไม่สำคัญ ขอแค่ในสายตาลูกนั้นไม่ดูถูกพ่อคนนี้เพียงพอแล้ว พ่อ..อาจจะให้ลูกน้อยเกินไปแต่ที่ลูกได้คือทุกอย่างที่พ่อมี ขอบคุณภาพถ่ายจากมือถือ/น้าเชด อู่ทอง “พ่อกับแม่” นั่นแหละคือพระแท้ ถ้าหากบุญสามารถกำหนดเป็นตัวเลขได้ ผลก็คงจะออกมาประมาณนี้.. –...