อรหันต์จี้กง…ปาฏิหารย์พระบ้า ผู้มีตัวตนจริง

พูดถึงคำว่า 'พระบ้า' พุทธศาสนิกชนบ้านเรา อาจจะรู้สึกหงุดหงิดแกมกระอักกระอ่วนใจอยู่บ้าง แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่า หลายคนถ้าพูดถึงคำว่า 'พระบ้า' แล้ว ก็ไม่พ้นที่จะนึกถึงพระรูปหนึ่ง .....นามว่า จี้กง (济公) ตอนเด็ก ละครจีนชุดเรื่องจี้กง เคยถูกนำมาฉายและได้รับความนิยมอย่างสูง ภาพพระจี้กง ในความทรงจำของผม คือ พระที่สวมรองเท้าสานขาดๆ ถือพัดใบลานที่เป็นรู ใส่เสื้อผ้ารุ่งริ่ง มีหมวกโทรมใบเล็ก และที่สำคัญ ขี้ไคลของท่านรักษาได้สารพัดโรค .......

เคล็ดลับชีวิตคู่ที่ยั่งยืน ไฟในอย่านำออก ไฟนอกอย่านำเข้า

เดี๋ยวนี้คนลืมคำว่า… “ไฟในอย่านำออก ไฟนอกอย่านำเข้า” สามี-ภรรยา ทะเลาะกันทีไร โพสลงเฟส โพสลงบนโลกโซเชียลทุกที ทำแบบนี้ไม่ดีแน่ เอาเรื่องในบ้านมาป่าวประกาศด้วยอารมณ์ชั่ววูบเนี่ย เรื่องราวไม่ดีภายในครอบครัว ไม่ควรนำไปเล่าให้คนนอกบ้านฟัง ( ไฟในอย่านำออก ) เรื่องราวไม่ดี คำนินทาที่คนภายนอกพูดถึงคนในครอบครัว ก็ไม่ควรนำมาเล่าให้คนภายในครอบครัวฟัง ( ไฟนอกอย่านำเข้า ) ยิ่งยุคโซเชี่ยลนี่ ข่าวไปไวกว่าคำพูดปากต่อปากนัก… โพสไปทีเดียวเพื่อนเห็นกันหมด อย่าคิดว่าจะตามลบทับ บางคนก็แคปจอเอาไปส่งต่อ คนที่เข้ามาอ่านส่วนใหญ่จะมีแค่ 2 ประเภท คือ.. คนที่สะใจ กับ คนที่ไม่สนใจ เก็บอาการในเวลาที่ควรเก็บ แสดงออกในเวลาที่ควรแสดงออก บางเรื่อง.. ที่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยในความคิดของเรา แต่มันอาจจะเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ในความคิดของเขาก็ได้ ค่อยๆคิด ค่อยๆคุย จึงจะเข้าใจกัน… คิดแต่ไม่คุยกัน จึงไม่เข้าใจ หรือ คุยแต่ไม่คิด…...

“เพื่อนแท้” จะปรากฎตัวในวันที่ เราแย่ เราแพ้ เราทุกข์

“เพื่อนแท้” จะปรากฎตัวในวันที่ เราแย่ เราแพ้ เราทุกข์ เพื่อนเทียม เพื่อนจอมปลอม จะคบเราแค่มีงานเลี้ยงสังสรรค์ กินฟรี ดื่มฟรี ดื่มเหล้า เคล้านารี ดื่มเบียร์ คลอเคลียผู้ชาย โยกย้ายส่ายสะโพก มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์หนีจาก จะคบเราเพียงแค่มาหาผลประโยชน์เท่านั้น แต่เพื่อนแท้จะอยู่กับเราในยามที่เราทุกข์ยากลำบากใจ ลำบากกายและมักจะชวนเราไปทำแต่สิ่งดีหลีกหนีแหล่งอโคจรทั้งปวง มิหนำซ้ำยังยื่นมือเข้าช่วยเหลือเราในยามที่เราทุกข์ที่สุดของชีวิต หากใครก็ตามที่กำลังกลุ้มอกกลุ้มใจกับเพื่อนมากมายที่ยามอยู่ดีมีสุขก็ล้วนแต่มาพึ่งพาเรา หรือกอบโกยแต่ผลประโยชน์เข้าตัว แต่ในยามที่เราเผชิญปัญหากลับพึ่งพาไม่ได้ เข้าทำนองที่ว่า มีเพื่อนหมา...

ตำนานอัศจรรย์…พุทธบาท 4 รอย จ.เชียงใหม่

เมื่อครั้งสมัยพุทธกาล องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในศาสนาปัจจุบันนี้ ได้เสด็จจารึกประกาศธรรม และโปรดเวไนยสัตว์มายังปัจจันตะประเทศ (ประเทศไทยปัจจุบัน) จนกระทั่งมาถึงเทือกเขาทางตอนเหนือของประเทศ ชื่อเขา "เวภารบรรพต" ซึ่งขณะนั้นได้เสด็จมาพร้อมกับพุทธสาวก ๕๐๐ องค์ และได้แวะฉันจังหันอยู่บนเขาเวภารบรรพตแห่งนี้ เมื่อพระพุทธองค์ฉันจังหันเสร็จ ขณะประทับอยู่ที่นั้น ก็ได้ทราบด้วยญาณสมาบัติว่าบนเทือกเขาแห่งนี้ ได้มีรอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้ามาประทับอยู่บนก้อนหินก้อนใหญ่ คือ พระพุทธเจ้าที่มาตรัสรู้ภัทรกัปป์นี้ แล้วพระพุทธองค์ก็ทรงเล็งดูรอยพระพุทธบาทแห่งพระพุทธเจ้าทั้ง ๓ พระองค์ คือ พระพุทธเจ้ากกุสันธะ พระพุทธเจ้าโกนาคมนะ พระพุทธเจ้ากัสสปะ...

5 นิสัยแย่ ๆ ที่คุณควรแก้ “ก่อนจะสาย”

นิสัยไม่ดีอะไรบ้างที่เราควรเปลี่ยนตัวเอง เพื่อความสุขกายสบายใจในการใช้ชีวิตทุกวัน ความเคยชินในการทำสิ่งเดิม ๆ อาจเป็นกำแพงขวางกั้นความก้าวหน้าในชีวิตของตัวเอง มาลองเช็กดูว่าคุณกำลังมีนิสัยแย่ ๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อความสุขและความสำเร็จอยู่ใช่หรือไม่ หากใช่ นิตยสาร Secret ก็มีวิธีแก้ไขมานำเสนอ ก่อนที่นิสัยแย่ ๆ เหล่านี้จะกัดกินความสุขและความสำเร็จของคุณจนหมดไป 1. จมอยู่กับอดีต การใช้เวลาครุ่นคิดใคร่ครวญถึงอดีตที่ไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้นับเป็นการกระทำที่จะคอยบั่นทอนกำลังใจในการสรรค์สร้างสิ่งดี ๆ ในอนาคต ทั้งยังทำให้ความสุในการใช้ชีวิตลดลงอีกด้วย แก้ไขอย่างไรดี : ควรอยู่กับปัจจุบัน โฟกัสสิ่งที่อยู่ตรงหน้าและพยายามทำให้สุดความสามารถในทุก ๆ เรื่อง ทั้งการทำงาน...

พระคาถา “มหาเศรษฐีโบราณ” ท่องก่อนนอนทุกคืน อย่าได้ขาด !

พระคาถานี้เป็นคาถาโบราณเป็นของพระพุทธเจ้าโดยตรง ผู้ใดหมั่นท่องพระคาถานี้ก่อนนอนทุกคืน อย่าได้ขาด 1,009 คืน (ประมาณ 2 ปี 9 เดือน 9 วัน) ติดต่อกันขาดไม่ได้ ถ้าลืมท่องคืนใดคืนหนึ่ง ให้ตั้งต้นนับ 1 ใหม่ อานุภาพแห่งพระคาถานี้ โบราณท่านว่าคนยากจนจะกลายเป็นคนชั้นกลาง หากเป็นคนชั้นกลางอยู่แล้วก็จะกลายเป็นเศรษฐีได้ หากตั้งใจจริงย่อมเป็นคนร่ำรวยได้ ไม่ต้องรอให้ถึงชาติหน้า พระคาถามหาเศรษฐี (ของพระพุทธเจ้า) อัตตะทัตถัง ปะรัตเถนะ พระหุนาปิ...

คนที่ใจคับแคบ มักแปรเจตนาคำพูดของคนอื่น ไปในทางที่ผิดเสมอ

คนที่ใจกว้างใหญ่ มักแปรเจตนาคำพูดของคนอื่น ไปในทางที่ดีอยู่เสมอ สำคัญอยู่ที่เราเลือกเป็นใคร ใจแคบหรือใจกว้าง คุณเห็นคนรอบข้างเป็นเหมือนผักหญ้า คุณก็ถูกผักหญ้าปกคลุม คุณก็คือกระถางหญ้า คุณเห็นคนรอบข้างเป็นเพชรนิลจินดา คุณถูกของล้ำค่าปกคลุม คุณก็คือพานใส่เพชรนิลจินดา ชีวิตคนเรา ต้องรู้จักมองเห็นข้อดีข้อเด่นของคนอื่น ชื่นชมในข้อดี ลืมข้อด้อยของเขา ใจคุณกว้างเท่าใด โลกก็กว้างตามคุณเท่านั้น #นุสนธิ์บุคส์ ถ้าเรารู้จักเหตุ ก็สร้างเหตุขึ้น ผลมันก็เกิดตามมาเอง แต่คนเราไม่ทำอย่างนั้น… ส่วนมากต้องการแต่ดีๆ แต่ไม่สร้างความดี มันจะเกิดมาจากไหนได้ มันก็ย่อมพบแต่สิ่งที่ไม่ดีนั่นแหละ เมื่อได้สิ่งไม่ดี ใจมันก็เกิดเป็นทุกข์เป็นร้อนขึ้นมาทันที #หลวงปู่ชา สุภัทโท ฝึกให้ตัวเองพ้นไปจากความเป็นขี้ข้าของเงิน หมายความว่า… เราต้องหัดพอใจกับสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ รถยนต์ใช้อะไรก็หัดพอใจกับมัน นาฬิกาใช้อะไรอยู่ก็หัดพอใจกับมัน เสื้อผ้าใช้อะไรอยู่ก็หัดพอใจกับมัน การที่คนเราจะเลิกเป็นขี้ข้าเงินได้ ต้องเริ่มจากการรู้จักเพียงพอก่อน เมื่อรู้จักพอแล้ว ก็ไม่ต้องหาเงินมาก เมื่อไม่ต้องหาเงินมาก “ชีวิตก็มีโอกาสทำอะไรมากกว่าการหาเงิน” #สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

เมื่อชีวิตมีแต่ “ทิฏฐิ” ต่อให้ชนะ สุดท้ายก็คือแพ้

“พอเกิดทิฏฐิมานะ ต่อให้ชนะก็แพ้” “ทิฏฐิมานะ” คือ การถือตัวว่าฉันถูก แกผิด และฉันต้องยืนหยัดยึดสิ่งนี้ ในโลกนี้มีคนจำนวนหนึ่ง ที่มีทิฏฐิมานะสูงมาก สูงมากจนทำลายโอกาสดีๆในชีวิต สูงมากจนทำลายความสัมพันธ์ดีๆในชีวิต สูงมากจนทำลายช่วงเวลาดีๆที่ผ่านไปไม่สามารถเรียกย้อนคืนกลับมาได้ การมีทิฏฐิ มันต่อเนื่องมาจากการมีอัตตา คือตัวกู-ของกู ยึดมั่นในตัวตนของตัวเองอย่างหนัก หนักจนต่อเนื่องมาใช้กับคนอื่น ที่น่าเศร้าที่สุด คือการนำมาใช้กับคนที่เรารักเนี่ยแหละ สามีภรรยาคู่หนึ่ง อยู่กินมา 20 ปี ไม่มีลูก ทะเลาะกันในเรื่องเล็กน้อยที่สุด แต่ต่างคิดว่าตัวเองถูก มี “ทิฏฐิ” กันทั้งคู่ เลยไม่ยอมคุยกัน อยู่ในบ้านกินอยู่กันปกติ แต่ไม่พูดกันแม้แต่คำเดียวอีกฝ่ายรออีกฝ่ายที่จะเอ่ยปากก่อน จนเวลาผ่านไปถึง 2 ปี สามีล้มในห้องน้ำ เลยส่งเสียงเรียกภรรยามาช่วย นี่คือการพูดกันครั้งแรกในรอบ 2 ปี สุดท้าย ภรรยาพาสามีไปโรงพยาบาล หมอวินิจฉัยว่า… ‘สามีเป็นมะเร็งขั้นสุดท้าย’ น่าจะมีเวลาอยู่ได้เต็มที่ไม่เกิน 2 เดือน ทั้งสองคนกอดคอกันร้องไห้เสียใจ เสียใจที่เหลือเวลาอยู่ด้วยกันอีก 2 เดือน แต่เสียใจมากกว่าที่เผาเวลา 2...

อย่าตกเป็นเหยื่อของความสุข ที่สุกไหม้

เหยื่อของความสุข ที่สุกไหม้ (โดย ท่านพุทธทาสภิกขุ) สุข…เกิดจากความลุ่มหลงทางเนื้อหนังหรือวัตถุนั้น……. หาใช่ความสุขเย็นไม่…ที่แท้เป็นแต่ความสุกไหม้… เป็นมายา เพราะเผาลนเจ้าของ… ยิ่งปรารถนาให้ประณีตลึกซึ้งสูงสุดกันมากยิ่งขึ้นเพียงใด… ก็ยิ่งทำให้เกิดการตกเป็นทาสของวัตถุ… จนมีการกระทบกระทั่ง เบียดเบียนกันมากขึ้นเป็นเงาตามตัว อย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้เลย… ส่วนความสุขทางใจนั้น ยิ่งต่างคนต่างตั้งหน้าแสวงหาให้ ประณีตลึกซึ่งสูงสุดมากยิ่งขึ้นเพียงใด ก็ยิ่งมีแต่จะทำให้ไม่ข้องแวะกับการเบียดเบียนกันและกันมากยิ่งขึ้น …ทั้งนี้เป็นเพราะยิ่งไม่ข้องแวะกับวัตถุ อันเป็นเหยื่อของโลกมากยิ่งขึ้นนั่นเอง เมื่อพลโลกไม่เมาในเหยื่อโลก หรือถึงกับไม่กินเหยื่อโลกแล้ว อะไรจะเป็นวัตถุแห่งการแย่งชิงกัน อะไรจะเป็นบ่อเกิดของการเบียดเบียน เพราะบัดนี้เหยื่อ… อันถือว่าเป็นของหวานอร่อยนั้น ได้กลายเป็นของปฏิกูลดัง เช่นอุจจาระไปหมดสิ้นแล้ว…

ชีวิตเป็นของเรา ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของคนอื่น

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องมีการอยู่ร่วมกันในสังคม เพราะฉะนั้น ก็ควรมีบ้างที่เราควรแคร์ หรือ เกรงใจ ผู้อื่น แต่หากคุณเอาแต่แคร์ความคิดของคนอื่นจนเกินไป การที่คุณเอาแต่ใส่ใจสิ่งที่คนอื่นคิด คุณจะตกเป็นจำเลยของพวกเขาตลอดไป หากเราแคร์คนอื่นมากเกินไป เราจะไม่หลงเหลือความเป็นตัวของตัวเอง แต่หากเราไม่แคร์ใครเลย เราอาจเข้าสังคมไม่ได้ ทั้งสองสิ่งนี้จึงต้องไปควบคู่กันอย่างสมดุล ลองมาเรียนรู้แนวคิด 10 ข้อที่จะช่วยให้เรารักษาสมดุลเรื่องเหล่านี้ได้กันดีกว่า 1. ชีวิตเป็นของคุณ ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของคนอื่น คนอื่นมีสิทธิ์ที่จะคิดอะไรก็ได้ตามที่พวกเขาต้องการและคุณเองก็เช่นเดียวกัน ความคิดเห็นคนอื่น ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวตนหรือคุณค่าในตัวคุณได้ เว้นแต่ว่าคุณจะยอมให้พวกเขาทำ และท้ายที่สุดแล้วคุณก็เป็นคนเดียวเท่านั้นที่ต้องเลือกเส้นทางเดินให้ชีวิตตัวเอง 2. พวกเขาไม่รู้หรอกว่าอะไรดีที่สุดสำหรับคุณ คุณเท่านั้นที่รู้ว่าอะไรดีที่สุดสำหรับตัวเองและได้เรียนรู้จากทางที่เลือกเอง การเรียนรู้อย่างแท้จริง คือการตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวคุณเองและพร้อมจะรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อผลที่ตามมา ถ้าล้มเหลว อย่างน้อยคุณก็ได้เรียนรู้และยอมรับมันได้อย่างเต็มปากเต็มคำแทนที่จะไปโทษคนอื่นว่าเป็นเพราะใคร 3. สิ่งที่ใช่สำหรับคนอื่น อาจจะไม่ใช่สำหรับตัวคุณก็ได้ สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าความคิดเห็นของคนเรามักจะขึ้นอยู่กับสิ่งที่ทำนั่นแหละ ดังนั้น สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคนอื่นก็อาจเป็นสิ่งที่แย่ที่สุดสำหรับคุณและสิ่งที่คนอื่นมองว่าไร้ค่าก็อาจเป็นสิ่งมีค่า สำหรับอีกคนได้ เราทุกคนล้วนมีคุณค่าและเอกลักษณ์เฉพาะตัวจึงมีแค่เราเท่านั้นที่รู้ว่าอะไรเหมาะกับตัวเราที่สุด 4....