คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก คว้าแชมป์แข่งหุ่นยนต์กู้ภัยหลายสมัย เป็นเจ้าภาพ RoboCup 2021

0
227

เป็นเรื่องน่าภูมิใจที่ใครบางคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่า ในเรื่องของการสร้างหุ่นยนต์นั้น คนไทยก็เก่งไม่แพ้ชาติใดในโลกเลย โดยทีมหุ่นยนต์กู้ภัยของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ได้คว้าแชมป์โลกในประเภทการแข่งขันหุ่นยนต์กู้ภัยเป็นสมัยที่ 9 ไปเมื่อเดือน มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา

และในงาน THAILAND 4.0 IN THE MAKING ที่จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 21-25 พฤศจิกายน 2561 นี้ ในพื้นที่ของสยามสแควร์ ก็มีส่วนที่จัดแสดงเทคโนโลยีหุ่นยนต์กู้ภัยของไทย โดยเจ้าหุ่นตัวนี้มีชื่อว่า Thailand Navi Robot โดยเป็นหุ่นกู้ภัยจาก Center for Biomedical And Robotics Technology หรือ BART LAB ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และเราก็มีโอกาสได้สัมภาษณ์ ดร. ทรงพล องค์วัฒนกุล ดำรงตำแหน่ง Principal Researcher ของ BART LAB ถ้าพร้อมแล้วเรามาติดตามเรื่องราวความเป็นมา รวมถึงพัฒนาการ และขีดความสามารถของเจ้าหุ่น Thailand Navi Robot กันเลยครับ

คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก คว้าแชมป์แข่งหุ่นยนต์กู้ภัยหลายสมัย เป็นเจ้าภาพ RoboCup 2021

ดร. ทรงพล องค์วัฒนกุล ดำรงตำแหน่ง Principal Researcher ของ BART LAB

ดร. ทรงพล กล่าวว่า “Thailand Navi Robot เป็นหุ่นยนต์ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อนำไปใช้ช่วยเก็บกู้ระเบิดทางชายแดนภาคใต้ พัฒนามาเมื่อประมาณ 9-10 ปีก่อน ซึ่งเป็นงานวิจัยที่นำไปพัฒนาต่อยอด เป็นหุ่นยนต์กู้ภัย โดยได้มีการนำไปแข่งขันด้วย โดยหุ่นยนต์กู้ภัยสำหรับการสำรวจผู้ประสบภัยในพื้นที่เสี่ยงภัยต่างๆ เป็นหุ่นยนต์ที่ใช้ในการสำรวจเพื่อค้นหาผู้ประสบภัย เก็บข้อมูลพื้นที่สภาพแวดล้อมต่างๆ ในละแวกนั้น ส่งกลับมาที่หน่วยกู้ภัยเพื่อเพิ่มโอกาสสำเร็จในการกู้ภัย”

ความพิเศษของหุ่นยนต์กู้ภัย ม. มหิดล คือวิ่งลุยได้หลายสภาพพื้นผิว สามารถปีนขึ้นบันไดหรือเนินต่างระดับได้ แล้วก็จะมีแขนกลหุ่นยนต์เพื่อใช้ในการหยิบจับ และใช้งานในรูปแบบต่างๆ ตามสภาพแวดล้อม แล้วก็จะมีการติดเซ็นเซอร์เพื่อในการทำงานต่างๆ ถ้าหากว่าเป็นงานค้นหาผู้ประสบภัย ก็อาจจะเป็นการติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจจับความร้อน หรือตรวจจับการหายใจ ถ้าเป็นเรื่องการเก็บกู้วัตถุระเบิด อาจเป็นกล้อง X-ray ขึ้นอยู่กับว่าไปใช้กับงานแนวไหน

หุ่นกู้ภัยของเราเคยนำไปใช้งานจริง 1 ครั้ง เมื่อเกิดเหตุการณ์ตึกถล่ม แล้วมีคนติดอยู่ใต้ซาก เป็นครั้งแรกที่เราได้ลองเอาหุ่นไปใช้ในซากตึกจริง ซึ่งถือเป็นสภาพที่ซับซ้อนและมีอันตรายสูง การเอาหุ่นยนต์ลงไปก็สามารถทำงานได้ ถึงแม้หุ่นยนต์จะยังช่วยใครไม่ได้ แต่มันก็เป็นความพยายามอันหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่า เราสามารถใช้หุ่นตัวนี้กระตุ้นความสนใจของเด็กรุ่นใหม่ ให้ใส่ใจเรื่องรอบตัว สภาพแวดล้อม และอุบัติภัยต่างๆ ที่เทคโนโลยีหุ่นยนต์สามารถตอบโจทย์ได้

คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก คว้าแชมป์แข่งหุ่นยนต์กู้ภัยหลายสมัย เป็นเจ้าภาพ RoboCup 2021

เรามีหุ่นยนต์กู้ภัยหลายโมเดลมาก อย่างหุ่นยนต์ตัวนี้เป็นโมเดลที่พัฒนาขึ้นมาเมื่อ 9-10 ปีก่อน มีส่วนขาปีนป่ายทางด้านหน้าแค่คู่เดียว แต่โมเดลปัจจุบันจะมีทั้งขาคู่หน้าและคู่หลัง มันจะช่วยให้หุ่นสามารถเคลื่อนตัวผ่านพื้นที่ที่มีของกีดขวาง หรืออุปสรรคได้มากขึ้น

ความพิเศษของหุ่นยนต์กู้ภัย ม. มหิดล

เกี่ยวกับเรื่องความพิเศษของหุ่นยนต์ ดร. ทรงพล กล่าวว่า “ความพิเศษคือ ปัจจุบันมีสิ่งที่เรียกว่า Mobile robot (หุ่นยนต์ที่สามารถเคลื่อนที่ได้) ได้ถูกใช้ในงานเก็บกู้วัตถุระเบิด และเรื่องของการกู้ภัยอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการทำงานแบบ Teleoperation คือเป็นหุ่นที่มีมนุษย์ควบคุมจากระยะไกล แต่ในตอนหลังเราก็เจอว่า จริงๆ แล้วหุ่นยนต์มีความต้องการเรื่องของความอัตโนมัติ


รวมทั้งความสามารถที่จะใช้เซ็นเซอร์ที่มีอยู่บนตัวหุ่นเอง ในการที่จะนำข้อมูลกลับมาที่ Base station เช่น ข้อมูลภาพ ข้อมูลเสียง อุณหภูมิ รวมถึงหุ่นยนต์เมื่อเดินไปแล้ว มันมีความสามารถที่จะทำแผนที่ เพราะฉะนั้นเราไม่ต้องส่งมนุษย์เข้าไปสำรวจเพื่อจะทำแผนที่ รวมถึงถ้าใช้หุ่นยนต์หลายตัวพร้อมกัน เราสามารถสำรวจหน้างานในพื้นที่กว้างๆ ได้โดยที่ มนุษย์ไม่ต้องเจอกับอันตรายในพื้นที่ประสบภัยที่เกิดขึ้นได้ แต่ว่าความพิเศษนี้เมื่อ 9-10 ปีก่อน ตอนนี้มันเริ่มจะกลายเป็นฟีเจอร์ Default ของหุ่นยนต์กู้ภัยไปแล้ว”

ทิศทางการพัฒนาหุ่นยนต์ในอนาคต

“หุ่นยนต์ที่เริ่มมีความเป็น Autonomous มากขึ้น ไม่ต้องเอามนุษย์ 1-3 คนมาช่วยควบคุมหุ่นยนต์ หุ่นยนต์มีความสามารถคือ เมื่อเราเอาหุ่นไปปล่อยไว้ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติปุ๊ป หุ่นยนต์จะสามารถเคลื่อนที่ด้วยตัวเอง ก็คือเราสั่ง Command หุ่นด้วยการกำหนดพิกัดเป้าหมาย แล้วหุ่นจะหาเส้นทางไปยังเป้าหมายเอง พื้นฐานอยู่บนแผนที่ที่หุ่นยนต์มี อาจใช้ GPS ในการนำทาง หรือใช้แผนที่ที่เราโหลดให้หุ่นยนต์ก่อน แล้วหุ่นจะหาเส้นทางเคลื่อนที่ไปเอง โดยจะทำการสำรวจ และค้นหาผู้ประสบภัยไปด้วยเพราะฉะนั้นงานวิจัยในช่วงหลัง จะเน้นไปที่เรื่องของ Autonomous มากขึ้น โดยมี AI อยู่เบื้องหลังนั่นเอง” ดร. ทรงพล กล่าว

คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก คว้าแชมป์แข่งหุ่นยนต์กู้ภัยหลายสมัย เป็นเจ้าภาพ RoboCup 2021
ส่วนมือหยิบจับของหุ่น Thailand Navi Robot

ไทยเป็นเจ้าภาพ RoboCup 2021 ก้าวย่างสำคัญ ในการพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ไทย

และอีกหนึ่งข่าวใหญ่ในวงการหุ่นยนต์ไทยคือ การที่เราจะได้เป็นเจ้าภาพรายการแข่งขันหุ่นยนต์ระดับโลกในปี 2021 โดย ดร. ทรงพล ได้แสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้เอาไว้ว่า “ในปี 2021 ประเทศไทยเราจะได้เป็นเจ้าภาพ RoboCup 2021ซึ่งเป็นรายการแข่งขันหุ่นยนต์ระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดแล้ว ประกอบด้วยลีกการแข่งขันมากมาย ไม่เฉพาะหุ่นยนต์กู้ภัย โดยมีประมาณ 20 ลีกการแข่งขัน มีตั้งแต่ลีกเด็กเล็ก เด็กโต ผู้ใหญ่ และหุ่นอุตสาหกรรม มีหมดเลย”

อยากให้เยาชนไทยให้ความสำคัญเรื่องนี้ เพราะว่าการแข่งขันหุ่นยนต์เขาไม่ได้แข่งขันเฉพาะเด็กโตแล้ว พื้นฐานโปรแกรมมิ่ง การพัฒนาลอจิกในการสั่งงานแมชชีน จะต้องเกิดตั้งแต่วัยเด็กเลย เพราะว่ามันเสมือนหนึ่งเป็นสกิลอย่างเช่น การใช้ภาษา ถ้าเราเริ่มใช้ภาษาใดภาษาหนึ่งตั้งแต่เด็กๆ ก็จะเกิดความคล่องแคล่ว

เหมือนกับการสั่งงานหุ่นยนต์ ที่เราสั่งง่านผ่านภาษาด้วยกระบวนการที่เรียกว่า โปรแกรมมิ่ง เพราะฉะนั้นถ้าเราสามารถทำให้เยาวชนไทยมุ่งเน้นด้านนี้ได้ จะเห็นว่าพัฒนาการด้านหุ่นยนต์ และ Automation จะทำให้การพัฒนาไปยัง Thailand 4.0 นั้นอยู่ไม่ไกล

คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก คว้าแชมป์แข่งหุ่นยนต์กู้ภัยหลายสมัย เป็นเจ้าภาพ RoboCup 2021

กลไกเฟืองขับเคลื่อนแขนกลของ Thailand Navi Robot

การที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพ RoboCup 2021 เนื่องจากนานาประเทศตระหนักว่า ประเทศไทยก็มีความสามารถในการพัฒนาหุ่นยนต์ อย่างเช่นการแข่งขันหุ่นยนต์กู้ภัย ประเทศไทยเป็นแชมป์ต่อเนื่องมาหลายปีมาก โดยเป็นทีมของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ที่เป็นแชมป์โลก และหลายครั้งที่เราไปแข่งเราก็สร้างเครือข่ายกับต่างประเทศ โดยของ ม. มหิดล มีท่านอาจาร์ย จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ ที่ผลักดันให้ไทยได้เป็นเจ้าภาพ RoboCup ในปี 2021 และทางสหพันธ์ Robocup พิจารณาแล้วว่ามีความเหมาะสม

และเราเคยจัดงานใหญ่เมื่อปีที่แล้วอยู่ปีนึง คือ ไทยรับเป็นเจ้าภาพ RoboCup Asia-Pacific 2017 ทำให้เขาเห็นว่านอกจากเราจะมีศักยภาพในการเข้าแข่งขันแล้ว ก็ยังมีศักยภาพในการจัดงานด้วย

“ความมุ่งหวังคือ การจัดการแข่งขันหุ่นยนต์เปรียบเหมือนกับตัวเร่งปฏิกิริยา เพราะอย่างสิ่งที่เรากำลังทำเนี่ย เมื่อมีการแข่งขันจะเกิดการพัฒนาความเจริญที่รวดเร็ว ซึ่งเห็นได้ในหลายๆ ประเทศที่เจริญแล้ว เพราะฉะนั้นการแข่งขันจะช่วยกระตุ้นให้เยาวชนไทย นักศึกษาไทย และนักวิจัยไทย สร้างความเจริญให้เร็วขึ้นนั่นเองครับ” ดร. ทรงพล กล่าวปิดท้าย